tips

Foundations

  • handicapped
  • wwf
  • unidog

มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ (ในความอุปถัมภ์ของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)

ก่อกำเนิดขึ้นจากจุดเล็กๆ แห่งเมตตาจิตของครอบครัวคุณพิมพ์กุล  โอฬารศิรโรจน์ (ศตพร  ดีพา) ที่ได้ให้ช่วยเหลือสัตว์ต่างๆ ที่บาดเจ็บ เจ็บป่วยมาตั้งแต่ปี 2524

เมื่อสัตว์เหล่านั้นแข็งแรงขึ้น จึงเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา กลายเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกภายในครอบครัว เมื่อเวลาล่วงๆ จำนวนสัตว์ในความดูแลเพิ่มสูงขึ้น ทำให้สถานที่เดิมคับแคบ รวมทั้งภาระที่เพิ่มสูงขึ้น จึงได้ย้ายสถานที่เลี้ยงออกไปนอกเมือง  และใช้ชื่อว่า "บ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ" ต่อมาในปี 2532 คุณชวนชื่น โกมารกุล ณ นคร (ยั่งยืน) ปัจจุบันท่านเสียชีวิตแล้ว ได้ทราบข่าวและมาเยี่ยมพร้อมทั้งแสดงความประสงค์ให้ความช่วยเหลือจัดซื้อที่ดินให้ 200 ตารางวา ที่ใช้เป็นที่ทำการมูลนิธิฯ ปัจจุบัน ตั้ง ณ เลขที่ 15/1 ม.1 ซ.พระมหาการุณย์ 25 ถ.ติวานนท์ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ในปี 2536  หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน  แห่งวัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี  ได้เมตตามาเยี่ยมโปรดสัตว์พิการ ได้เห็นถึงสภาพปัญหาและภาระการเลี้ยงดูสัตว์เหล่านั้น พระเดชพระคุณเจ้าจึงเมตตามอบปัจจัยเพื่อช่วยเหลือสุนัขเดือนละ 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) สืบเนื่องมา จนท่านได้ละสังขารในปี 2554  เงินที่ได้ส่งมาช่วยเหลือจึงหยุดไป ขณะที่มูลนิธิฯ ได้อุปการะสัตว์พิการ ทั้งสุนัขและแมวในความดูแลทั้งหมดเกือบ 1,200 ตัว สัตว์พิการจำนวนมากที่โดนทอดทิ้งเหล่านี้มีค่าใช้จ่ายทั้งค่าอาหาร ค่ายา และ ค่าดูแลรักษาในด้านต่างๆ ซึ่งทำให้มูลนิธิมียอดค่าใช้จ่ายรายเดือนอยู่ที่ 400,000 – 500,000 บาท

SKETCH นับถือความเสียสละของทุกคนในมูลนิธิแห่งนี้ ด้วยความพยายามในการทำงานเพื่อดูแลสัตว์พิการ จำนวนมาก และไม่หยุดความตั้งใจที่จะขยายขอบเขตความช่วยเหลือให้มากขึ้นในทุกๆด้าน

คุณสามารถเข้าชมเวบไซด์ของมูลนิธิได้ที่ www.home4animals.org

รู้จัก WWF

WWF เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์เป็นเวลากว่า 50 ปี ทำงานอนุรักษ์โดยยึดหลักการผสมผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังประสานความร่วมมือกับกลุ่มองค์กร รวมถึงบุคคลทุกระดับในหลายประเทศทั่วโลก

WWF ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้องดูแลรักษาธรรมชาติและทรัพยากรสิ่งแวดล้อม โดยอาศัยข้อมูลทางวิชาการในการวางแผน การจัดการ และตัดสินใจ โดยเน้นการทำงานเพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม 

WWF ทำงานด้านการอนุรักษ์ใน 3 เขตพื้นที่ชุมชนทางนิเวศ คือ ทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรน้ำจืดและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยทั้งสามเขตดังกล่าว คือ ตัวแทนพื้นที่สำคัญทางด้านชีววิทยาของโลก ซึ่งหล่อเลี้ยงและเกื้อหนุนการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตทุกประเภท ในขณะเดียวกันยังได้ระบุพันธุ์พืชและสัตว์ อันเปรียบเสมือนตัวแทนและสัญลักษณ์ของการทำงานอนุรักษ์ ซึ่งการปกป้องดูแลสายพันธุ์เหล่านั้นจะมีผลเชื่อมโยงไปยังการอยู่รอดของสัตว์น้อยใหญ่อื่นๆ อันรวมไปถึงถิ่นที่อยู่อาศัย WWF ยังกำหนดเป้าหมายในการรับมือกับภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

WWF เน้นการทำงานในภาคสนาม เสริมสร้างศักยภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรให้แก่กลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง ปลูกสร้างจิตสำนึกผ่านกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา รวมถึงการริเริ่มสร้างสรรค์ค้นหาแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในระดับนโยบาย 

ภารกิจของ WWF

• อนุรักษ์ไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพของโลก (Save biodiversity)

• บรรเทาผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ที่ส่งผลต่อทรัพยากรธรรมชาติ (Reduce Humanity’s impact on natural habitats)



เพื่อให้บรรลุภารกิจที่ได้วางไว้ WWF มุ่งประเด็นไปที่การอนุรักษ์ชนิดพันธุ์ที่อยู่ในสถานภาพเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (Critical species) อนุรักษ์ระบบนิเวศที่สำคัญและมีความเปราะบาง (Critical places) รวมถึงการลดผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ที่ส่งผลต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Ecological Footprint) ไปพร้อมๆ กัน

WWF ประเทศไทยให้ความสำคัญต่อ 4 เขตภูมินิเวศที่ระบุไว้ใน WWF Global 200 อันประกอบด้วย เขตภูมินิเวศเทือกเขาตะนาวศรี-ถนนธงชัย ป่าดิบแล้งในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ลุ่มน้ำโขง และทะเลอันดามัน 

แนวทางการดำเนินงานของ WWF ไม่ต้องการแยกมนุษย์ออกจากธรรมชาติ หรือต้องย้อนเวลากลับไปสู่ยุคเก่า หรือปฏิเสธการพัฒนาและความเจริญของประเทศ WWF มุ่งมั่นที่จะค้นหาทางเลือกที่เหมาะสมและปฏิบัติได้จริง ที่จะช่วยดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโลกได้อย่างยั่งยืน

WWF เชื่อว่า โลก คือ สถานที่ที่มนุษย์และธรรมชาติสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสอดคล้องและกลมกลืน ในสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ตั้งแต่วันนี้จนถึงคนรุ่นต่อๆ ไป

unidog

Unidog เป็นศูนย์รวมข่าวสารและสื่อกลางในการให้ความช่วยเหลือแก่สุนัขและแมวที่กำลังได้รับความเดือดร้อน และต้องการความช่วยเหลือ โดยมิได้อยู่ในรูปแบบขององค์กรหรือมูลนิธิแต่อย่างใด หากแต่การทำงานของ Unidog ใช้เครือข่าย Social Media อย่าง Facebook เป็นสื่อกลางในการรับเรื่องสุนัขหรือแมวที่ต้องการความช่วยเหลือ และกระจายข่าวไปยังเครือข่ายผู้ใช้ Facebook เพื่อหาผู้ซึ่งพร้อมให้ความช่วยเหลือในกรณีนั้นๆ

Unidog มีผู้ติดตามใน Facebook page มากกว่าหนึ่งแสนคน ด้วยการทำงานที่จริงจังมุ่งเน้นประสิทธิภาพ Unidog จึงกลายเป็นสื่อกลางที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการความช่วยเหลือในเคสต่างๆได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ชื่อ Unidog เป็นที่รู้จักในฐานะตัวแทนสัตว์ต่างๆที่กำลังเดือดร้อน ซึ่งคนในโลกออนไลน์นึกถึงเป็นชื่อแรก

เช็คข้อมูล ข่าวสาร Unidog ได้ที่ http://www.facebook.com/unidog?fref=ts